ปอ-โรเบิร์ต โกนหัวบวชพราหมณ์แทนบวชพระอุทิศส่วนกุศลให้แตงโม นิดา

ปอ-โรเบิร์ต โกนหัวบวชพราหมณ์แทนบวชพระอุทิศส่วนกุศลให้แตงโม นิดา

ปอ –โรเบิร์ต โกนหัว  ย่องเงียบ โกนหัวแทนบวชพระ เป็นโยคีอุทิศส่วนกุศลให้แตงโม ซึ่งสื่อมวลชนถูกสับขาหลอก เพราะมีข่าวออกมาว่าจะทำพิธีดังกล่าวที่วัดท่าไม้ จังหวัดสมุทรสาคร พอไปถึงปรากฏว่าบรรยากาศเงียบสงบมากไม่มีการจัดพิธีใดๆ ไปพบพระลูกวัด พระลูกวัดก็แจ้งว่าบ่าย 2 ให้เข้ามาทำข่าวเลย

ปรากฏว่าทั้งปอและโรเบิร์ตไปปรากฏตัวอยู่ที่สวนผึ้งที่ ธรรมสถานวิโมกข์สิวาลัย ที่จังหวัดราชบุรี จึงใช้คำว่าทั้งสองคนย่องเงียบไปนอนที่รีสอร์ทใกล้ๆ สถานที่ปฏิบัติธรรมดังกล่าวตั้งแต่ค่ำคืน 15 มีนาคม 2565 ซึ่งหลวงพี่อุเทน ( เจ้าคุณพระญาณวิกรม อุเทน สิริสาโร) เจ้าอาวาสวัดท่าไม้เป็นผู้ทำการบวชโยคีพราหมณ์ให้ โดยถือฤกษ์ 9.00 น.ของวันที่ 16 มีนาคม โดยปลงผมและโกนคิ้วให้กับโยคีปอและโยคีโรเบิร์ต ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าว

โดยพลวงพี่อุเทนเป็นผู้ขลิบผมให้ หลังจากนั้นให้พระลูกวัดใช้มีดโกนผมและโกนคิ้วให้ทั้งคู่ โดยที่ขณะมีการรดน้ำที่ศีรษะ หลวงพี่อุเทนได้มีการเทศนาธรรมให้ทั้งคู่ฟังไปด้วย โดยพิธีนี้เจ้าอาวาสวัดท่าไม้กล่าวว่าเป็นพิธีบวชโยคีพราหมณ์ ซึ่งทั้งสองโยคีจะต้องถือศีล 8 แทนศีล 5  ซึ่งพิธีคล้ายๆพิธีบวชพระ เพราะมีอัฐบริวาร กวยใบตอง ธูปเทียนแพ ในการขอขมาลาบวชและบาตรพระ 2 ใบ และมีชุดสีกลัดคล้ายจีวรพระอีก 2 ชุด พร้อมกับข้าวของเครื่องใช้เกี่ยวกับการบวชพระครบหมด เครื่องแต่งกายก็เปลี่ยนจากจากการห่มจีวรสีเหลืองเป็นสีกลัด

ในพิธีมีการสวมผ้าสีขาวคล้ายอังสะพระ โดยเขียนภาษาบาลีไว้ที่อังสะสีขาวมีความหมายว่า เมตตาเป็นเครื่องค้ำจุนโลก นอกจากนั้นยังมีการนำจีวรพระมาวางพาดบ่าให้ทั้งสองคนสะพายบาตรและและกรด พร้อมทั้งให้ให้ทั้งสองรับศีลแปดทั้งตู่ จึงเป็นที่สงสัยว่านี่คือการบวชโยคีพราหมณ์จริงๆหรือ ซึ่งคนที่มีความรู้เรื่องการบวชโยคีพราหมณ์ก็ได้ให้ข้อมูลว่าไม่ต้องโกนหัว

หลวงพี่อุเทนก็ได้ออกมาบอกว่าที่ต้องโกนผมก็เพราะความตั้งใจของทั้งคู่อยากจะบวขพระแต่ทำไม่ได้ เลยทำให้ใกล้เคียงกับการบวชพระภิกษุสงฆ์มากที่สุด และในค่ำคนของวันนั้น โยคปอ และโยคีโรเบิร์ตก็ได้ร่วมทำวัตรเย็นกับพระสงฆ์และผู้ถือศีล หลวงพี่อุเทนเล่าว่า จริงๆทั้งสองคนไม่อยากโกนหัว หลวงพี่อุเทยนจึงกล่าวว่าถ้าตั้งใจจริงก็โกนหัว ทั้งสองคนจึงโกน มีรายงานว่าในคืนแรกของการปฏิบัติธรรมของโยคีปอและโรเบิร์ตมีทั้งที่นอนและห้องนอนมีเครื่องปรับอากาศ

หากย้อนไปดูเวลาการเข้ามาธรรมสถานของปอและโรเบิร์ตมีรายงานว่าเข้ามาที่สถานปฏิบัติธรรมตั้งแต่เช้าโดย มีภาพจากกล้องวงจรปิดของธรรมสถานว่ามีรถตู้หรูมาตั้งแต่กลางดึกของวันที่ 15 มีนาคม แล้ว จากนั้นช่วงเช้า 16 มีนาคมตอน 7.48 น. รถตู้ก็เข้ามาที่สถานปฏิบัติธรรมอีกครั้ง ส่วนช่วงเย็นวันที่ 15 มี.ค. มีเจ้าหน้าที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติขับรถตู้เข้ามาที่สถานปฏิบัติธรรม

เพื่อมาตรวจสอบว่า ปอกับโรเบิร์ตบวชจริงหรือเปล่า แต่เข้าไปไม่ได้ เพราะสถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักพุทธศาสนา เค้าก็เลยไม่ได้เข้าไป ขณะที่ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆกับสถานปฏิบัติธรรมบอกว่ารู้ว่า 3 วันแล้วว่าปอกับโรเบิร์ตจะมาบวชโยคีพราหมณ์ที่นี่ แต่ก็ไม่มีใครสนใจ เพราะสถานที่แห่งนี้ปกติห้ามคนภายนอกเข้าไปยุ่มย่าม คนนอกเข้าไปข้างในไม่ได้ ชาวบ้านบอก แต่ก็บอกว่าคนดังมาเยอะ ขับรถหรูเข้ามาทำบุฯบ่อย ซึ่งสถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งนี้เป็นสาขาของวัดท่าไม้ ประตู 3 ประตูปิดมิดชิด ไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีส่วนเหี่ยวข้องเข้าไปด้านในได้อย่างเด็ดขาด

โยคีปอกับโยคีโรเบิร์ตเปิดใจหลังจากถือศีล 8 โดยทั้งสองคนอยู่ในชุดปฏิบัติธรรมสีน้ำตาลเข้ม ติอดบัตรที่อกด้านซ้าย ยืนสำรวมและกล่าวว่าขอให้บุญกุศลที่ได้สร้างในครั้งนี้ไปถึงเพื่อนของเรา ถึงแม้โมจะไมได้ถือศาสนาพุทธก็ตาม โดยโยคีโรเบิร์ตเปิดใจสั้นๆก่อนว่า “พวกเรามาถือศีลและเพียรภาวนา

สิ่งที่พวกเราทำคือการปิดวาจา และขออนุญาตพี่ๆสื่อมวลชนทั้งหลายงดการสัมภาษณ์ใดๆในช่วงนี้”  ขณะที่โยคีปอกล่าวเสริมว่า “การมาบวชครั้งนี้ตั้งใจมาเพียรภาวนาเดินธุดงค์สร้างบุญกุศลให้ถึงเพื่อนเราแตงโม นิดา ถึงแม้โมจะไม่ได้เป็นศาสนาพุทธแต่ผมเชื่อในบุญความดี จะถึงเพื่อนเรา ก็ขอให้ทุกคนร่วมอนุโมทนาบุญขอให้บุญนี้ถึงแตงโม”

การบวชครั้งนี้ หลวงพี่อุเทน วัดท่าไม้ ได้ระบุว่า เป็นพิธีบวชโยคีพราหมณ์ ซึ่งต้องถือศีล 8 ตลอดวันจะศึกษาธรรมะปฏิบัติธรรม เดินจงกลม นั่งสมาธิ สวดมนต์ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น

หลายคนตั้งคำถามว่าพระรูปที่ไปบวชให้ ถึงจะเป็นการบวชพราหมณ์ หลวงพี่อุเทนซึ่งเป็นเจ้าวาสวัดท่าไม้ที่มีลูกศีลดังๆ ทั้งคุณอั้ม พัชราภา คุณเบลลา ราณี คุณเ ศุภชัย คุณณเดช หลายคนก็ถามว่า 2 คนนี้เป็นลูกศิษย์หลวงพี่อุเทนหรือเปล่า ? คำตอบคือไม่ได้เป็น แล้วทำไมหลวงพี่อุเทนถึงบวชให้ คำตอบจากหลวงพี่อุเทนคือ

“เมื่อได้รู้ข่าวว่าทั้งสองคนอยากบวช ก็ได้ดูข้อกฎหมายแล้ว ดูพระวินัยแล้ว ดูกฎมหาเถรสมาคมแล้วว่าบวชไม่ได้ และเค้าไปหาวัดอื่นแล้ว แล้วเค้าพูดกับอาตมาคำหนึ่งว่า ไม่มีวัดไหนยอมรับที่จะบวชเค้าเลย ก็เลยถามเค้าว่าจะยอมบวชเป็นพราหมณ์ไหม เป็นโยคีไหม แต่ปลงผมนะ โยมยอมไหม ก็ก็ตอบว่ายอม ก็เลยบวชให้ปลงผมเป็นโยคี จริงๆตั้งใจให้บวชที่วัดท่าไม้ เค้าถามว่าสงบไหม?

อาตมาก็บอกว่าคนเยอะก็เลยเปลี่ยนกะทันหันว่า เอาอย่างนี้แล้วกันไปบวชในเขาที่สวนผึ้ง ซึ่งสงบ สมถะ เรียบง่าย ถามเขาว่าโยมยอมลำบากไหม เขาตอบว่ายอม เพราะเขาตั้งใจ“ 

ประเด็นใหญ่คือท่านบอกว่า “อยากจะใช้หลักธรรมในการช่วยสังคม ช่วยตำรวจ อยากช่วยหาความจริง อยากช่วยคลี่คลาย อยากใช้หลักธรรม ความใกล้ชิดให้รู้สึกไว้วางใจ ทำให้เค้ารู้สึกอยากจะพูดเล่าความจริงออกมา” ซึงเมื่อไปออกรายการโหนกระแสกับหลวงพี่แซม หลวงพี่อุเทนก็บอกว่า ความจริงคืออะไร  หรือเขาจะพูดหรือไม่พูดท่านก็ยังบอกไม่ได้ แต่ให้มาอยู่ใกล้ชิดก่อน มาอยู่เป็นพวกเดียวกันก่อน ส่วนสังคมจะต่อว่าอะไรท่านก็บอกโดนเยอะอยู่แล้วสำหรับวัดท่าไม้ มีหลายคนบอกว่าท่านคงได้จากทั้งสองคนเยอะ ท่านก็บอกไม่ได้แม้แต่แดงเดียว และการกระทำแบบนี้ท่านรู้ว่าเสียมากกว่าได้ และสังคมนินทาอยู่แล้ว

แต่ท่านก็ว่าคุ้มมากกว่าเสีย ถ้าสังคมจะได้รู้ความจริงจากปาก 2  คนนี้ผ่านการบอกเล่าให้ท่านฟัง ซึ่งท่านก็บอกว่ากระแสสังคมได้โจมตีอย่างหนักที่ทำแบบนี้ แต่ท่านก็ยืนยันว่านี้คือ กุศโลบายของหลวงพี่ที่ต้องการให้สองคนเข้าสู่ทางธรรม ให้ธรรมะขัดเกลาจิตใจให้สงบแล้วค่อยบอกความจริง ท่านย้ำอีกรอบหนึ่งอย่างนี้ ซึ่งถ้าสองคนบอกความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นบนเรือ และถ้ารู้ความจริงก็จะเอาไปบอกตำรวจ และยีนยันว่าไม่ได้ปกป้องคนปิด ส่วนเรื่องที่เกรงว่าทั้งคู่จะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนหรือเปล่า เพราะมีการเดินธุดงค์ไปฝั่งพม่า ท่านบอกไม่ต้องห่วงประเด็นนี้

นักข่าวถามว่า ถ้าช่วงบวช 15 วันแล้วไปอยู่ในป่าเขาไปธุดงค์ ถ้าตำรวจเรียกตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมจะทำยังไง ท่านก็บอกว่าพระเลขาจะอยู่ใกล้ชิดกับ 2 คนนี้ที่จะรู้ข่าวสารโลกภายนอก ถ้าเรียกตัวก็จะให้ออกมาให้แกคำกับตำรวจได้ 

ส่วนด้านภรรยาของโยคีปอ ออกมาพูดว่า การบวชครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อลดกระแสสังคม แต่ทำด้วยความตั้งใจที่จะอุทิศส่วนกุศลให้กับคุณแตงโม นิดา และแก้ไขวิบากกรรมจริงๆ ส่วนข้อสงสัยที่ว่า โยคีปอนับถือศาสนาอะไร ภรรยาบอกว่าจริงๆก่อนหน้านั้นนับถือศาสนาคริสต์ แต่ภายหลังมาเลื่อมใสในศาสนาพุทธ ภายหลังจึงเปลี่ยนมาเป็นศาสนาพุทธ แต่ตอนแต่งงานแต่งแบบคริสต์ เพราะทางครอบครัวภรรยาขอไว้ แต่หลังจากเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ ทางครอบครัวของภรรยาก็รับทราบแล้ว

#ปอ-โรเบิร์ต #แตงโม นิดา #ข่าวล่าสุด

Our Partner